go to http://oracle.in.th

Tuesday, June 22, 2010

JSF 2.0 ManagedBean

ผ่านไปแล้วกับ Getting Started นะครับ ในส่วนนั้นเราคงไม่มีอะไรมาก นอกจากแค่อยากให้ทุกคนสามารถที่จะ Startup project ได้แบบ full loop คือ New -> Implement -> Build -> Deploy -> Test และในส่วนตัวผม ผมว่าทุกเรื่องนี่ยากที่สุดก็ Startup นี่แหละครับแต่พอมันได้แล้วที่เหลือมันก็ได้ไปเรื่อยๆเองนั่นแหละ เท่ากับว่าทุกคนจงดีใจได้เลยเราว่าผ่านส่วนที่ยากที่สุดของ JSF มาแล้วนั่นเอง (หุหุ ใครจะเชือผมมั่งเนี่ย)

JSF คือไรก็ได้บอกไปแล้ว ทีนี้ JSF มีส่วนสำคัญคืออะไร ก็คงเป็น ManagedBean ที่เราจะมาดูกันต่อนี่แหละ มันมีไว้ทำไม ก็เป็นส่วนที่ไว้คำนวนทุกอย่างที่เราต้องการให้โปรแกรมทำได้นั่นแหละครับ โดยในบทที่แล้วเราก็จะเห็นว่า JSF สร้าง ManagedBean ได้ง่ายๆ โดยการใส่ @ManagedBean ไว้ที่ส่วนหัวของ Class IndexManagedBean, HelloManagedBean แค่นั่นเอง แต่จริงๆแล้ว Annotation ที่มีสำหรับ ManagedBean มันมีมากกว่านั่นนะสิครับ ทีนี้แหละที่เราจะมาดูกันว่ามันมีอะไรกันบ้าง

โดยผมแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆครับ
1. สำหรับกำหนดให้ Class ที่ถูกกำหนดเป็น ManagedBean ซึ่งใช้
@ManagedBean( name="", eager = true/false )
name จะไว้สำหรับกำหนดชือสำหรับเรียกครับ โดย default จะเป็นชื่อ Class ที่เปลี่ยนชือตัวหน้าเป็นตัวเล็กนั่นแหละครับ เช่น helloManagedBean, indexManagedBean แต่จริงแล้วเราสามารถที่จำกำหนดให้มันเองเลยก็ได้ (เดี๊ยวไปดูในตัวอย่างละกันครับ) ส่วน eager=true จะมีผมแค่ตอนที่ Scope เป็น @ApplicationScoped เท่านั้น จะเป็นการสั่งให้ Container สร้าง ManagedBean ไว้ก่อนเลย (ถ้าเป็นปกติจะสร้างเมือมีการเรียกเข้ามาครั้งแรก)

2. สำหรับกำหนด Scope ของ Data ว่าจะให้เป็นอะไร เช่น (request, session, application)
@RequestScoped
@SessionScoped
@ApplicationScoped
@ViewScoped
@CustomScoped(value="#{somemap}")
@NoneScoped

โดยเราจะมาดูที่ 4 อันแรกครับ
1. @RequestScoped - จะมีการสร้างและทำลายทุกๆครั้งที่จบ http request
2. @SessionScoped - จะมีการสร้างและไม่ทำลายจนกว่าจะมีการสร้างทำลาย session หรือ session timeout(ตามค่าใน web.xml)
3. @ApplicationScoped - จะมีการสร้างครั้งแรกเท่านั้นจากนั้นจะไม่สร้างอีกแล้ว
4. @ViewScoped - จะมีการสร้างและคงไว้ตราบเท่าที่เรายังอยู่ในหน้านั่นๆ ไม่เปลี่ยนหน้าไปไหน (ใช้สำหรับงานประเทภ AJAX) นั่นแหละครับและอยู่บนพื้นฐานว่า session ต้องยังไม่หมดอายุด้วยถ้าเป็น request ใหม่ก็หายนะครับ (สำหรับตัวนี้คงไปเห็นภาพ

@CustomScoped, @NoneScoped คงยังไม่พูดถึง (คือผมก็ยังไม่ได้อ่านหรือลองมันดูจริงๆเลยครับ) พอดีผมทำโปรเจคด้วย JSF1.2 ครับ แต่เห็นว่าไหนๆจะเขียนแล้วก็เลยมาเขียนที่ JSF2.0 ไปเลยดีกว่า


โอเคเรียบร้อยแล้วครับ http://easyjsf.googlecode.com/svn/trunk/EasyJSF2.0 easyjsf-read-only แล้วลองรัน scope.xhtml (http://127.0.0.1:8080/easyjsf/scope.jsf) กันดูเลยครับ

ขี้เกียจก๊อปโค้ดมาใส่ครับ เอาว่าถ้าอ่านแล้วเอาจากโค้ดลงมาแล้วไม่เข้าใจผมจะอธิบายเพิ่มให้อีกทีนะครับ (ดึกแล้วไม่ไหวแล้วแหะๆ)

ถ้าดู scope.xhtml จะเห็นว่าตัว JSF ทำให้เราสามารถทำให้ .xhtml ต่อกับ java ได้แบบ 1-n ซึ่งผิดกับสมัยก่อนที่ใช้พวก Servlet, Struts ที่จะเป็นลักษณะ 1-1 ( a.jsp -> Servlet/StrutsAction) ถ้าใช้ไปเรือยๆแล้วจะรู้ว่ามันช่วยในการ reuse code ส่วน mvc มากครับ แต่คงไม่เห็นกันตอนนี้หรอกจะเห็นเมือได้เอาไปทำในโปรเจคที่เป็นรุปธรรมซะมากกว่า สำหรับผมผมว่าอันนี้แหละเป็นส่วนที่เก่งที่สุดของ JSF เลยหร่ะ

ปล. เรายังยืนยันว่า Tutorial นี้เหมาะสำหรับคนที่พอรู้ Web Programming มาบ้างแล้วครับ ^ ^

copyright 2010 @nuboat in wonderland
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

1 comment:

Sanivipa said...

@nuboat ฟิตมากค่าาา~

Post a Comment