go to http://oracle.in.th
Showing posts with label kim. Show all posts
Showing posts with label kim. Show all posts

Thursday, June 17, 2010

การ set ให้ Web server เราสามารถรองรับคนจำนวนมากได้

วันนี้ผมได้รับคำถามจาก Twitter (@oracleinth) อีกแล้วครับ โดยที่คำถามเค้าได้ถามมาว่า...
"ขอถามหน่อยนะครับว่า ถ้าเราลง apache tomcat 6.x เพื่อรัน jsp เป็น Web server เราต้องเซตอะไรบ้างเพื่อให้มันรองรับคนจำนวนมากๆ ? "

ถ้าจะพูดถึงการ set ให้ Web server ของเราสามารถรองรับคนจำนวนมากนั้น สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งถ้าเป็นวิธีพื้นฐานเลย นั่นคือ การ set session timeout วิธีนี้ก็จะช่วยได้ในระดับนึง แต่ set session timeout นั้นมันไม่ได้ช่วยอะไรได้มากเท่าไร จากประสบการณ์ที่เคยเจอมากับตัวนะครับ แต่อีกเรื่องนึงที่พอเราไป set รับรองว่ารับคนได้เยอะขึ้นชัวร์คือไปเพิ่ม memory ให้กับ java นั่นเอง

การไป set parameter ดังนี้
JVM option passed to Resin Meaning
-Xms initial java heap size
-Xmx maximum java heap size
-Xmn the size of the heap for the young generation

แต่การเพิ่มพวกนี้ Ram ต้องเยอะด้วยนะ

การไป set ต้องไป set ที่ Environment variable ของ OS เช่นที่ Windows

set JAVA_OPTS=-Xms512m -Xmx1024m

นอกจากจะ set ที่ Environment variable ของ OS ยังไป set ที่ Tomcat ตรงๆได้ ไป set ที่ file %TOMCAT_HOME%\bin\catalina.bat
ไป search ที่ parameter JAVA_OPTS แล้วไปแก้ไขตรงนั้น

ที่เห็นผลได้ชัดเจน client รองรับได้เยอะขึ้น

...จะบอกว่าการ config อย่างเดียวมันก็ไม่ได้ช่วยได้ที่จะทำให้ Tomcat รองรับได้เยอะขึ้น
อย่างการเพิ่ม memory ให้กับ java, การ set session timeout เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุทั้งสิ้น ถึงการแก้แบบนี้จะรองรับ client ได้เยอะขึ้นแต่เอาเข้าจริงไม่มีทางเกินหลักพัน (ใช้พร้อมกัน) เคยลองใช้ jmeter ลองจำลอง client พันตัวพร้อมกันก็ไม่ไหวแล้ว

พอดีผมได้ฟังประสบการณ์ที่มาจากรุ่นพี่ ซึ่งเค้าเคยทำงานกับ web ที่ uip เป็นหลักหมื่นต่อวัน
ซึ่ง web นี้ใช้ php เป็นภาษา developer ส่วน database ก็เป็นเพียง mysql หรือง่ายๆก็คือ LAMP

ผมเลยถามเค้าว่าทำยังไงถึงได้รองรับ user ได้เยอะขนาดนี้ ?
เค้าก็ตอบว่าทำ web ยังไงก็ได้อย่าให้มีการติดต่อ database เป็นดีที่สุด อย่าไปดึงมาเด็ดขายไม่งั้น web ล่มแน่
พี่เค้าก็บอกว่า เชื่อหรือไม่ว่าหน้าแรกของ web ดังทั้งหลายในไทยเป็น HTML ล้วนๆ โดยจะมีการ generate หน้าแรกตั้งทิ้งไว้เป็น HTML จากนั้นเวลาที่ใครมาเรียกก็จะเรียกจากหน้าที่ generate นั้น (ตรงนี้การแยก HTTP server กับ Servlet Container ออกจากกันจะช่วยให้ทำงานได้ดีมากขึ้น เพราะ PHP ก็ต้องแยกเหมือนกัน)

แล้วผมก็ถามต่อว่าถ้าเป็นหน้าข่าวที่มีคน comment เรื่อยๆหละจะทำยังไง เค้าบอกว่าใช้เทคโนโลยี Caches เข้ามาช่วย จะทำการติดต่อ database ก็ต่อเมื่อ insert, update, และ delete เท่านั้น ถ้าจะ select จะ select แค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่จะ select ใหม่ถ้ามีการ update โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บลง cache ทั้งหมด ที่ต้องเก็บลง cache ทั้งหมดนั้นจะดีกว่าการ select ใหม่ทุกครั้ง เพราะจะมี overhead สูงมากในการติดต่อ DB

ซึ่งใน java นั้นก็มีอยู่นะ เยอะด้วยยกตัวอย่าง Coherence Caches ของ oracle http://www.oracle.com/technology/pub/articles/vohra-coherence.html ซึ่งเคยได้ยินมา แต่ไม่เคยทดลองเล่นดู...

นอกจาก database cache แล้วใน java ยังมี lib หลายๆส่วนที่สามารถทำ cache ได้ อย่างเช่น connection cache ของการติดต่อ DB (Connection Pooling), การทำ cache ของ object เป็นต้น

และมีอีกประเด็นที่จะเสริมเกี่ยวกับการใช้งาน tomcat เพื่อรับ load จำนวนมาก ควร config tomcat เข้ากับ apache(http server) เพื่อแยกงานการ render web (html) กับงานประมวลผล Java ออกจากกัน
จะทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น

ดูที่ http://tomcat.apache.org/connectors-doc/webserver_howto/apache.html

Credit by @plaumkamon, Kim
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

Tuesday, January 5, 2010

ประโยชน์ของ Web Cache ที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน

เวลาผมไป implement Oracle Application Server ให้ลูกค้า ผมมักจะเจอคำถามบ่อย ๆ นะครับว่า Oracle Web Cache ไว้ทำอะไร ? ทำไมต้องมีด้วย ? จำเป็นหรือไม่ ?



นอกจากความสามารถทางด้านการ cache data
ทำให้ response time สูงขึ้นตามที่ Oracle มักจะกล่าว

ส่วนตัวผมเอง จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจาก Web Cache
ก็คือการเปลี่ยน port และเปลี่ยน hostname ครับ

สถานการณ์ที่เจอก็คือ
บางครั้งคนที่ติดตั้ง Oracle Application Server
ไม่ได้คิดเผื่อในกรณีที่จะใช้ออก internet จริง
ก็มักจะใช้ชื่อเครื่อง hostname เป็น default ผลลัพท์ที่ได้ ก็จะเป็น

http://intraorcl01:7777

เป็นต้น

แต่ปรากฎว่าเมื่อ implement งานจริง
พบว่ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อและ port ให้เป็น

http://www.sample.co.th

สรุปก็คือเปลี่ยนจาก
host: intraorcl01 เป็น www.sample.co.th
port: 7777 เป็น 80

ตัวอย่างนี้ล่ะครับ Web Cache ช่วยได้,
ส่วนวิธีการทำ ผมขอยังไม่กล่าว ณ. ตอนนี้

ประโยชน์อีกหนึ่งอย่างที่ Web Cache ทำได้ และคนส่วนมากไม่ค่อยรู้ก็คือ
มันสามารถทำตัวเป็น Software Load Balancer ได้ครับ
สถานการณ์ก็คือ
สมมุติว่าคุณมี server 2 เครื่อง และต้องการให้ 2 เครื่องนี้ช่วยกันทำงาน
โดนแบ่งกันรับ Load เครื่องละ 50:50
โดยปกติ solution ก็คือคุณจะต้องซื้อ Load Balancer มาทำในส่วนนี้
แต่จริง ๆ แล้ว Web Cache ก็ทำได้เช่นกัน
โดนให้คุณสละเครื่อง PC เก่า ๆ ก็ได้นะครับ Spec ไม่จำเป็นต้องแรงมากเท่าไหร่
ติดตั้ง Web Cache นี้ลงไป มันสามารถ config
ให้ทำงานได้เสมือนเป็น Hardware Load Balancer เลยทีเดียว

ที่สำคัญ คุณยังสามารถทำ Web Cache Cluster ได้อีกด้วย ในกรณีที่คุณมี
เครื่องที่สามารถทำ Web Cache เพิ่มได้อีก 1 เครื่อง รวมเป็น 2 เครื่อง
สำหรับในกรณีที่คุณต้องการทำ High Availability ให้กับ Web Cache
ในกรณีที่เครื่องใดเครื่อง 1 พังโดยมิได้คาดหมายครับ

หมายเหตุ: ถ้าคุณลงมือจะทำจริง อย่าลืมคิดเรื่อง license ของ Oracle ด้วยนะครับ!

Credited by
Kim
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

Tuesday, November 24, 2009

Oracle Enterprise Manager Widgets บน Desktop

Monitor Enterprise Manager ได้อย่างรวดเร็ว กับ Oracle Enterprise Manager Widgets บน Desktop



Enterprise Manager Desktop Widgets คือ แอพพลิเคชันขนาดเล็กที่ทำงานบนหน้าเดสก์ทอปโดยเจ้าตัว widgets นี้ จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามและวิเคราะผลของโปรแกรม Enterprise Manager ได้บนหน้าเดสก์ทอปของผู้ใช้งาน เพียงแค่ผู้ใช้งานดูเจ้า widgets ตัวนี้ แค่นี้ ก็สามารถเช็คและจัดการ eco-system ของผู้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว

widgets นี้ยังให้เข้าถึงฟังก์ชันการทำงานของ Enterprise Manager ได้โดยตรง ซึ่งเราสามารถพบปัญหาและยังแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

โดย Oracle Enterprise Manager Widgets บน Desktop นี้ มี 3 ตัว ให้เลือกใช้งานกัน
  1. Target Search & Monitoring - Dowload Now







  2. High-Load Databases - Dowload Now







  3. Service Level & Monitoring - Dowload Now





อ้างอิง
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

Friday, October 16, 2009

Larry Young

ช่วงนี้กำลังมีงาน OpenWorld จึงได้เห็น Larry Ellison อยู่บ่อย ๆ
วันนี้เข้าไปดู "Photos: Inside Oracle OpenWorld" ที่ C|NET จึงได้เห็นว่า Larry เริ่มดูแก่ตัวลงไปมาก


แต่ก็ยังไม่น่าตกใจ เท่ากับเห็นรูป Steve Jobs ผอมมากหลังจากไปรักษาตัวอยู่ 6 เดือน


จากที่เห็น Larry ในปัจจุบัน, จึงอยากดูรูป Larry สมัยหนุ่ม ๆ ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
ใช้ Google Image Search เจอรูปนี้


สมัยหนุ่ม ๆ ดูหน้าตาใจดีมาก
ส่วนคนข้าง ๆ Larry คือใคร มีใครพอรู้บ้าง?
@chootham, @surachart พอรู้มั้ย?
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

Monday, September 28, 2009

กำหนดการของ Oracle Database 11g Release 2 สำหรับ OS อื่น ๆ

อ้างอิง metalink document #742060.1
Oracle ได้วางกำหนดการของ Oracle Database 11g Release 2 ไว้ดังนี้

ภายในสิ้นปีนี้ 2009
  • HP-UX Itanium
  • Solaris Operating System (SPARC 64-bit)
  • Solaris Operating System (x86-64)
  • AIX 5L Based Systems (64-Bit)
ภายในไตรมาสที่ 2 ปีหน้า 2010
  • Microsoft Windows x86
  • Microsoft Windows x64
  • HP-UX PA-RISC (64-bit)
ภายในไตรมาสที่ 4 ปีหน้า 2010
  • HP OpenVMS Itanium
ภายในไตรมาสที่แรก ปี 2011
  • IBM zSeries Based Linux
กำหนดการยังไม่ออก
  • Linux Itanium
  • Linux on POWER
  • Microsoft Windows Itanium
  • Apple Mac OSX x86-64
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

Wednesday, September 23, 2009

Oracle กับ WinZip beta 14

วันนี้เห็น WinZip ออก version ใหม่มาให้ download เป็น WinZip 14 beta
จึงเอะใจ, จำได้คุ้น ๆ ว่า version ล่าสุดคือ WinZip 12.x กระโดดที 2 version
เหตุที่โดดจาก WinZip 12 ไป WinZip 14 ก็เพื่อเลี่ยงเลข 13 นี่เอง
เหมือนเวลาขึ้นลิฟต์ไปตามตึกสูง ๆ, ก็ละเลี่ยงชั้น 13 เป็นชั้น 12A บ้าง ชั้น M บ้าง

คราวนี้จึงมานึกดู Oracle Core Technologies ปัจจุบัน version 11
ส่วน Oracle E-Business Suite เป็น version 12 หรือเรียกว่า R12
เมื่อ Software ของ Oracle ต้องเข้าสู่ version 13 จะเลี่ยงอย่างไร?

ถ้าให้เดา Oracle E-Business Suite กำลังจะกลายเป็น Oracle Fusion Application ในไม่กี่ปีนี้
จึงคาดว่าน่าจะเลี่ยง R13 เป็น Oracle Fusion Application ได้เลย

ส่วนฟาก Core Technologies (Database, Application Server, BI) ยังคิดไม่ออกว่า Oracle จะเลี่ยงอย่างไร?
ถ้าเอาง่าย ๆ เหมือน WinZip ก็โดดไปเป็น Oracle Database 14a เป็นต้น
14a, 'a' อันนี้ก็เดาเอาว่าเป็น Artificial Intelligence ล้อเลียนกับ 8i, 9i, 10g, 11g,เป็นต้น
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

Sunday, September 6, 2009

ScreenShot การติดตั้ง Oracle Database 11g Release 2

ScreenShot การติดตั้ง Oracle Database 11g Release 2 แบบละเอียด

Oracle Database 11g Release 2 เปิดตัวออกมาใหม่แบบนี้ จะรอช้าอยู่ทำไม เรามาลองเล่นกันดีกว่า ว่ามัน Feature ใหม่ๆ อะไรบ้าง..

เรามาติดตั้ง Oracle Database 11g Release 2 ในเครื่องเรา ตามวิธี ขั้นตอน Screen Shot ง่ายๆตามด้านล่างนี้ได้เลย




ถามถึง account ใน metalink เพื่อแจ้งเตือนเรื่อง critical security ถ้าไม่ระบุก็เอา checkbox ออก
เอา checkbox ออก ก็จะมี dialog มาเตือนเราอีกที
ถามว่าจะติดตั้ง
  • ติดตั้งและสร้าง database
  • ติดตั้งอย่างเดียว
  • upgrade จาก version เก่า
มี mode ให้เลือกว่ากำลังจะติดตั้ง
  • ในเครื่อง desktop
  • ในเครื่อง server

ติดตั้งแบบ


  • single instance (ธรรมดา)
  • RAC

เลือกการติดตั้งแบบ
  • typical, จะไม่ต้องตอบ dialog มาก ยึดค่า default เป็นหลัก
  • advanced, ระบุรายละเอียดการติดตั้งเอง
เลือกภาษา
เลือก edition การติดตั้งให้สอดคล้องกับ license ที่ซื้อ
  • enterprise edition
  • standard edition
  • standard edition one
ระบุ ORACLE_BASE และ ORACLE_HOME path
ระบุ Oracle Inventory path, ใช้เก็บว่า server นั้น ๆ ได้เคยติดตั้ง oracle products อะไรไปแล้วบ้าง
ระบุประเภทของ database ที่ต้องการใช้งาน
  • OLTP
  • OLAP
ระบุชื่อ database
เลือก character set ให้เป็น TH8TISASCII
ให้ระบุ email notification ใน Enterprise Manager
ระบุ path ที่เก็บ data files
ให้ backup อัตโนมัติ?
ระบุ password ของ schema ที่สำคัญ
ระบุ group
สรุปรายละเอียดการติดตั้ง
รอ...
รอ...
กำลังสร้าง database
database สร้างเสร็จแล้ว
เนื่องจากเป็นการติดตั้งใน UNIX จึงต้อง run root เพื่อจัดการเรื่อง permission
run orainstRoot.sh สำหรับเครื่องที่ติดตั้ง oracle ครั้งแรก เพื่อกำหนด permission สำหรับ Oracle Inventory

run root


ติดตั้งพร้อมสร้าง database สำเร็จ
ทดลองเข้า Enterprise Manager
หน้า Enterprise Manager ของ 11g Release 2
ดู version ของ Enterprise Manager
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

Thursday, September 3, 2009

สรุป pre-requisites สำหรับการติดตั้ง Oracle Database 11g Release 2 บน Enterprise Linux 5

Memory Requirement
ต้องการขั้นต่ำ 1 GB

Swap Space Requirement
ต้องการตามตารางนี้
Available RAM____________Swap Space Required
--------------------------------------------------
Between 1 GB and 2 GB____1.5 times the size of RAM
Between 2 GB and 16 GB___Equal to the size of RAM
More than 16 GB__________16 GB

Disk Space Requirement
/tmp ต้องการ 1 GB
ถ้าติดตั้ง Enterprise Edition ต้องการเนื้อที่ disk ประมาณ 4 GB
ถ้าสร้าง Database ด้วยเลย ก็ต้องการเนื้อที่สำหรับ Data Files อีก 1.7 GB
ดังนั้นรวมกันประมาณ 7 GB
สำหรับคนทำที่จะทดลองใน VMWare ก็เตรียม disk partition ประมาณ 15 GB เป็นอย่างต่ำ
เผื่อสำหรับ
  • Swap partition
  • Staging installtion file
  • Software installed
OS Requirements
  • Asianux 2.0
  • Asianux 3.0
  • Oracle Enterprise Linux 4.0 Update 7 or later
  • Oracle Enterprise Linux 5.0 (ผมใช้ตัวนี้)
  • Red Hat Enterprise Linux 4.0 Update 7 or later
  • Red Hat Enterprise Linux 5.0
  • SUSE Linux Enterprise Server 10.0
  • SUSE Linux Enterprise Server 11.0
จริง ๆ จะลงกับพวก Ubuntu หรือ Fedora ก็ได้, มีวิธีอยู่ ไว้ค่อย post เป็นอีก blog ถัด ๆ ไป

Kernel Requirements
  • For Asianux 2, Oracle Enterprise Linux 4.0, and Red Hat Enterprise Linux 4.0: 2.6.9 or later
  • For Asianux 3, Oracle Enterprise Linux 5.0, and Red Hat Enterprise Linux 5.0: 2.6.18 or later (ผมใช้อันนี้)
  • For SUSE 10: 2.6.16.21 or later
  • On SUSE Linux Enterprise Server 11: 2.6.27.19 or later
Package Requirements
รายการนี้จะสรุปแต่ packages ของ Oracle Enterprise Linux 5 อย่างเดียวครับ

binutils-2.17.50.0.6
compat-libstdc++-33-3.2.3
elfutils-libelf-0.125
elfutils-libelf-devel-0.125
elfutils-libelf-devel-static-0.125
gcc-4.1.2
gcc-c++-4.1.2
glibc-2.5-24
glibc-common-2.5
glibc-devel-2.5
glibc-headers-2.5
kernel-headers-2.6.18
ksh-20060214
libaio-0.3.106
libaio-devel-0.3.106
libgcc-4.1.2
libgomp-4.1.2
libstdc++-4.1.2
libstdc++-devel-4.1.2
make-3.81
sysstat-7.0.2
unixODBC-2.2.11
unixODBC-devel-2.2.11

Kernel Parameters
เพิ่มใน /etc/sysctk.conf

fs.aio-max-nr = 1048576
fs.file-max = 6815744
kernel.shmall = 2097152
kernel.shmmax = 536870912
kernel.shmmni = 4096
kernel.sem = 250 32000 100 128
net.ipv4.ip_local_port_range = 9000 65500
net.core.rmem_default = 262144
net.core.rmem_max = 4194304
net.core.wmem_default = 262144
net.core.wmem_max = 1048586

เพิ่มใน /etc/security/limits.conf

oracle soft nproc 2047
oracle hard nproc 16384
oracle soft nofile 1024
oracle hard nofile 65536

เพิ่มใน /etc/pam.d/login

session required pam_limits.so

สรุปที่สำคัญของรายการที่ต้องเตรียมในการติดตั้ง Oracle Database 11g Release 2 บน Enterprise Linux มีเท่านี้ครับ รายการอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็น ผมตัดออกไปแล้ว
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

Sunday, August 23, 2009

PowerPoint งาน Oracle Fusion Middleware (OFM) 11g

อ้างอิงจาก Post ก่อนหน้านี้ครับ ภาพวันเปิดตัว Oracle Fusion Middleware 11g
วันนี้เอา PowerPoint ของ speaker ในงานมาให้ดูครับ

PowerPoint ที่ให้ดู จะมี 2 ส่วนครับ
อันแรกจะเป็น Overview of Oracle Fusion Middleware 11g





ถัดมาจะเป็นเรื่อง Application Grid Overview ครับ



















Post หน้าจะมาสรุปให้ฟังครับว่า OFM 11g มีอะไรน่าสนใจบ้างครับ
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

Monday, August 3, 2009

แล้ว Oracle Database 11g Release 2 ล่ะ, จะออกเมื่อไหร่?

จาก post ที่แล้ว ที่ผมประมาณการ ไว้ดังนี้

"ดังนั้นผมจึงขออนุมานว่า Oracle Database 11g Release 2 น่าจะออก ประมาณกลางปีหน้า (2010)
ส่วน Oracle Database XE 11g ก็คงเป็นปลายปี 2010"

คุณ Surachart จึงได้แย้งผมมาทันที่ว่า 11gR2 ไม่น่าจะรอนานแบบนั้น โดยได้นำข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้มาให้ผมทราบดังนี้
  1. @alexgorbachev Mr. Alex จาก Oracle Consult จาก The Pythian Group ได้ประมาณการว่า 11gR2 จะออกภายในเดือนสิงหาปีนี้
  2. Oracle Developer ที่พัฒนา Oracle APEX สำหรับ 11gR2 ก็ได้ปิด project เรียบร้อยแล้ว
  3. ที่ web Oracle FAQ ก็ได้ให้ข้อมูลว่า 11gR2 จะออกภายในไตรมาสที่ 4 ปีนี้เป็นอย่างช้า
  4. ระหว่างนี้ได้มี Oracle Partners และ Oracle Customers หลายรายกำลังเข้าทดสอบ 11gR2 beta กันอยู่
ดังนั้นจากหลายแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ เป็นในทางทิศทางเดียวกันคือ 11gR2 น่าจะออกภายในปีนี้แน่นอนครับ
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน:  

Saturday, August 1, 2009

Oracle Database XE 11g จะออกเมื่อไหร่?

เห็นหลายคนถามถึง Oracle Database XE 11g ว่าเมื่อไหร่จะออกมาให้ได้ใช้งาน
ผมเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่รอใช้งาน Oracle Database XE 11g ด้วยเช่นกัน จึงลองค้นหาดูว่าทาง Oracle เองมีกำหนดการอย่างไร
ในที่สุดก็ได้เจอ ข่าวนี้ที่ The New York Times

อ่านแล้วได้ข้อสรุปว่า Oracle Database XE 11g มีแผนที่จะออกหลังจากที่ได้ปล่อย Oracle Database 11g Release 2 ออกมาสักพัก
แต่ในข่าว ก็ยังไม่ได้ระบุอีกว่า Oracle Database 11g Release 2 จะออกมาเมื่อไหร่
ดังนั้นผมจึงใช้วิธีเทียบจาก version เก่า ๆ ดังนี้
  • Oracle Database 10g Release 1 ออกเมื่อ June 2004
  • Oracle Database 10g Release 2 ออกเมื่อ December 2005
  • Oracle Database 11g Release 1 ออกเมื่อ November 2007
ดังนั้นผมจึงขออนุมานว่า Oracle Database 11g Release 2 น่าจะออก ประมาณกลางปีหน้า (2010)
ส่วน Oracle Database XE 11g ก็คงเป็นปลายปี 2010

แล้วเรามาดูกันว่า ผมประมาณการได้แม่นขนาดไหน
ข้อเขียนนี้ช่วยฉัน: